ประวัติความเป็นมา
ประวัติความเป็นมา
15 กันยายน 2568

167


ตำบลน้ำหัก อดีตแบ่งการปกครองออกเป็น 5 หมู่บ้าน หมู่ที่ 1-5 เท่านั้น มีวัดและโรงเรียนอยู่แห่งเดียวกัน แต่เดิมวัดน้ำหักมีชื่อว่า วัดอุทัยธาราม แล้วมาเปลี่ยนชื่อเป็นวัดน้ำหัก เจ้าอาวาสท่านแรกชื่อพ่อท่านหัส หรือพ่อท่านเจ๊ก ส่วนโรงเรียนก็เปลี่ยนชื่อเป็นโรงเรียนประชาบาลวัดน้ำหัก โรงเรียนอาศัยศาลาวัดน้ำหักเป็นที่เรียน มีนักเรียนประมาณ 30 คน ส่วนใหญ่จะเป็นเด็กผู้ชาย ส่วนผู้หญิงไม่ค่อยมีโอกาสได้เรียน คุณครูคนแรกชื่อคุณครูเสม ฉวาง อาชีพส่วนใหญ่ทำนาและทำไร่เลื่อนลอย ชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่ค่อยดิ้นรนทำมาหากินเท่าไหร่นัก เพราะถือว่ามีข้าวกินอยู่แล้ว อยู่ได้สบาย ถ้าทำสวนส่วนใหญ่ก็จะเป็นสวนผสม เป็นสวนผลไม้หลากหลายชนิด ปลูกกันไปตามธรรมชาติ
                    การคมนาคมในอดีต มีเดินเท้า ขี่ช้าง และเดินทางโดยทางน้ำโดยการนั่งเรือเท่านั้น ใครจะเดินทางไปไหนมาไหนจะจำชื่อท่าน้ำที่เรียกกันทั้งนั้น เช่น ท่าต้นเฟือง ท่าต้นไทร ท่าต้นกระท่อม ตามชื่อของต้นไม้ที่ขึ้นอยู่ริมแม่น้ำ คนส่วนใหญ่จะปลูกบ้านอยู่ริมคลอง ประชากรในแต่ละหมู่บ้านจะมีจำนวนไม่มากนัก ชาวบ้านส่วนใหญ่จะมีความสัมพันธ์กันเสมือนพี่น้อง มีอะไรจะช่วยเหลือเกื้อกูลกันดีนามสกุลบรรพบุรุษในสมัยนั้นก็มีมากมายหลายนามสกุล เช่น นามสกุล รักษาทรัพย์ ไกรวงศ์ แซ่ตั้น นาคคง ราชฤทธิ์ กาญจนประทุม เต็มบางงอน สถานที่ที่สำคัญอันที่พึ่งทางใจมีวัดน้ำหักเพียงแห่งเดียว เหตุที่เรียกว่าตำบลน้ำหัก เพราะว่ามีแม่น้ำคลองยันเดิม และคลองยันปัจจุบันไหลมาบรรจบกัน ทำให้เกิดจุดน้ำหัก ปัจจุบันคลองยันเดิมยังมีอยู่แต่ตื้นเขินเกือบหมดแล้ว เหตุที่มีคลองยันปัจจุบันเพราะว่าคลองยันเดิมเวลาฤดูน้ำหลาก น้ำไหลไม่ทัน เลยกัดเซาะเป็นทางน้ำสายใหม่ เป็นคลองยันปัจจุบัน ซึ้งเป็นแม่น้ำสายสำคัญที่หล่อเลี้ยงคนในเขตอำเภอวิภาวดี และอำเภอคีรีรัฐนิคมในขณะนี้

 

 

แผนผัง เว็บไซต์